ความนิยมการใช้งานโปรแกรมดังกล่าวมีเพิ่มขึ้น ประกอบกับนักพัฒนาซอฟต์แวร์ในบ้านเรา มีความพยายามที่จะนำเอาซอฟต์แวร์มาตรฐานเปิดต่างๆ เหล่านั้นมาพัฒนาต่อยอด มีการรวมกันเป็นกลุ่มชุมชนเพื่อสร้างฐานและแบ่งปันองค์ความรู้ในการพัฒนากันอย่างต่อเนื่อง
เว็บไซต์แมมโบฮับ น่าจะเป็นภาพตัวแทนของกลุ่มชุมชนนักพัฒนาซอฟต์แวร์มาตรฐานเปิดได้อย่างดี กลุ่มชุมชนของนักพัฒนาเว็บไซต์เพื่อคนไทยบนแนวคิดการบริหารจัดการเนื้อหา ชุมชนออนไลน์ดังกล่าวเป็นศูนย์กลางด้าน CMS และแมมโบฮับกำลังกลายเป็นสถาบันขององค์ความรู้ที่น่าสนใจ สามารถสร้างชื่อให้กับนักพัฒนาซอฟต์แวร์สายโอเพ่นซอร์สให้โด่งดังไปทั่วโลก
นิตยสาร E-COMMERCE มีโอกาสได้คุยกับผู้ก่อตั้งเว็บไซต์แมมโบฮับ ที่ใครต่อใครลงความเห็นว่าเป็นชุมชนของนักพัฒนาเว็บไซต์ประเภท CMS อย่างแท้จริง และในสังคมของนักพัฒนาโอเพ่นซอร์สสาย CMS แล้ว คงไม่ปฏิเสธว่า “อัครวุฒ ตำราเรียง” ผู้ก่อตั้งแมมโบฮับ เป็นผู้หนึ่งที่สร้างความตื่นตัวและความสำเร็จของ CMS ในบ้านเราให้รู้จักกันไปทั่วบ้านทั่วเมือง
อัครวุฒ ได้เล่าให้ฟังถึงที่มาของชุมชนของนักพัฒนาซอฟต์แวร์ออนไลน์ “แมมโบฮับ” ว่า ต้องย้อนไปในยุคเริ่มต้นของอินเทอร์เน็ต นักพัฒนาเว็บไซต์จะนิยมใช้เครื่องมือในการสร้างเว็บไซต์โดยเริ่มจากการเขียน HTML ขึ้น เรื่อยมาจนถึงการใช้โปรแกรมต่างๆ ในการสร้างเว็บเพจ อาทิ ฟรอนต์เพจ หรือดรีมวีฟเวอร์ ซึ่งก็สามารถสร้างเว็บได้ แต่ปัญหาส่วนหนึ่งที่มาจากการใช้งานเครื่องมือเหล่านั้นคือ นักพัฒนาโปรแกรมจะขาดความสามารถในการออกแบบ
ความสามารถของเครื่องมือในการจัดการเว็บไซต์ในช่วงที่ผ่านมานั้นพัฒนาเพิ่มมากขึ้น แต่ก็ยังประสบกับปัญหาการจัดการเนื้อหาข้อมูลที่มากขึ้นหลายเท่าตัว ซึ่งในทางปฏิบัติการอัพเดตเนื้อหาบนหน้าเว็บไซต์จะถูกรวมอยู่กับแผนกไอที นับเป็นงานที่นอกเหนือจากการพัฒนาตัวโปรแกรม
เรื่องดังกล่าวเป็นปัญหาเดียวกับ อัครวุฒิ ตำราเรียง โปรแกรมเมอร์ของบริษัทแห่งหนึ่ง ที่ต้องการเครื่องมือในการบริหารจัดการเนื้อหาบนเว็บไซต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และจะต้องสามารถพัฒนาเว็บไซต์ให้มีการอกแบบที่สวยงาม มีฟังก์ชั่นการใช้งานที่ดีเหมาะสมกับภาพลักษณ์ขององค์กรอีกด้วย ซึ่งโปรแกรมในลักษณะ CMS (Content Management System) เป็นตัวเลือกแรกที่อัครวุฒต้องการในเวลานั้น
ตัวโปรแกรม CMS หรือเครื่องมือที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของอัครวุฒิ เมื่อ 4 ปีที่แล้วนั้นคือ CMS ที่ชื่อว่า แมมโบ เป็นเครื่องมือที่ยังไม่มีการใช้งานพัฒนาเว็บไซต์ในบ้านเรามากนัก และที่สำคัญเป็นโปรแกรมที่อยู่ในฝั่งของซอฟต์แวร์มาตรฐานเปิด
จากวันนั้น อัครวุฒ จึงได้เริ่มพัฒนาต่อยอดโปรแกรมแมมโบ จากการสร้างภาษาไทยขึ้นรองรับ การรองรับไฟล์พีดีเอฟ และมีส่วนต่อยอดต่างๆ ขึ้นมากมายที่สามารถรองรับการทำงานได้มากขึ้น และได้แลกเปลี่ยนในส่วนต่างๆ ระหว่างกลุ่มนักพัฒนาด้วยกัน จนเกิดเป็นชุมชนของนักพัฒนาแมมโบ และเริ่มมีคนนำไปใช้งานจริงจากทั้งในและต่างประเทศจำนวนมาก
“ชุมชนนักพัฒนาแมมโบ ภายใต้โดเมน แมมโบฮับ จึงเกิดขึ้นจากความคิดที่ต้องการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ที่เกิดจากการต่อยอดโปรแกรมแมมโบ จนกลายเป็นแมมโบที่มีความสมบูรณ์ในด้านการใช้งาน ชุมชนความรู้ และความคิดด้านโปรแกรมประเภทโอเพนซอร์ส และเหนียวแน่นขึ้นตั้งแต่นั้นมา” อัครวุฒ กล่าว
สิ่งที่เกิดขึ้นพร้อมกับการเข้ามาของซอฟต์แวร์มาตรฐานเปิดโดยเฉพาะเรื่อง CMS อย่างแมมโบนั้น เป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับคนที่ต้องทำงานกับเว็บไซต์ เพราะต่อไปนี้อาจลดภาระลงในเรื่องของการออกแบบ การเขียนโปรแกรมต่างๆ รองรับ และการอัพเดตเนื้อหาของเว็บไซต์ต่างๆ จะถูกกระจายออกไปตามส่วนต่างๆ ไม่กระจุกตัวอยู่เพียงแค่เจ้าหน้าที่ฝ่ายไอทีเท่านั้น
สถานการณ์ CMS ในปี 49
ประเด็นคำถามที่หลายต่อหลายคนพยายามประเมินสถานการณ์เกี่ยวกับแนวคิดเรื่อง CMS ในบ้านเราว่า ได้รับความนิยมมากน้อยเพียงใด ส่วนนี้อัครวุฒให้ข้อมูลในเชิงเปรียบเทียบว่า “ในความเข้าใจของผม และสถานการณ์ของ CMS ในบ้านเราเริ่มมีการใช้งานมากขึ้น อาจกล่าวได้ว่าอยู่ในกระแสกำลังได้รับความนิยม เพราะดูจากจำนวนการฝึกอบรมที่มีการจัดบ่อยครั้ง มีคนรู้จักมากขึ้น นั่นหมายความว่ามีความตื่นตัวมากขึ้น”
“หากกล่าวว่าแมมโบมีส่วนผลักดันให้กระแส CMS ในบ้านเราดังขึ้นนั้น ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากการอกแบบเทมเพลตของแมมโบ ที่ไม่ถูกยึดติดในเรื่องของการออกแบบ ใช้งานง่าย และมีฟังก์ชั่นใช้งานที่ดี”
“ถ้ามองภาพรวมของ CMS ในประเทศไทยปีนี้ จะเริ่มมีหลายตัวมากขึ้น ในตลาดเมืองนอกจะมี CMS ที่เป็นโอเพ่นซอร์สในระดับองค์กรขนาดใหญ่ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือมีหลายๆ ที่ใช้งานอยู่ แต่ไม่รับสอน และไม่ได้เปิดเป็นกลุ่มนักพัฒนาของประเทศ ทำให้ไม่เกิดการต่อยอด และการพัฒนาต่อ ก็หมายความว่า CMS ที่อยู่ภายใต้แนวคิดนั้นจะไม่โต และไม่มีนักพัฒนานำไปต่อยอดมากนัก”
หนึ่งในผู้ร่วมผลักดัน CMS
อัครวุฒ ถือได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันให้กระแสเกี่ยว CMS ได้รับความนิยมมากขึ้น ลำพังตัวเองเริ่มจากการนำเอาแมมโบมาใช้งานก่อน จุดเริ่มต้นจริงๆ อยู่ตรงนั้น แต่โดยลักษณะนิสัยของอัครวุฒเองที่ต้องการสร้างเพื่อนและกลุ่มก้อนขององค์ความรู้ จึงเป็นส่วนสำคัญในการผลักดัน CMS ด้วยเครื่องมือที่เรียกว่าแมมโบ
จนปัจจุบัน ด้วยความที่คลุกคลีกับชุมชนของผู้พัฒนาแมมโบทั้งในและต่างประเทศ ทำให้ทางผู้ก่อตั้งแมมโบจากต่างประเทศเชิญให้อัครวุฒ เป็นส่วนร่วมของแมมโบโดยได้รับตำแหน่ง กรรมการของกองทุนแมมโบในระดับนานาชาติ กลายเป็นศูนย์กลาง เป็นแกนหลัก ที่ต้องต่อยอด แก้ไขบัก แก้ไข ดูแลคอมโพเนนต่างๆ ของแมมโบให้สมบูรณ์อยู่ตลอด
บิสซิเนสโมเดล เพื่อความอยู่รอดของโอเพ่นซอร์ส
พัฒนาการของซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สอย่างแมมโบ จนปัจจุบันทีมงานคนไทยเป็นคนพัฒนาให้ฝรั่งใช้ ทำภาษาทั้งไทย และต่างประเทศ มีคะแนนเสียงในการวางแผนพัฒนาโปรแกรม CMS โดยเฉพาะแมมโบในองค์กรซอฟต์แวร์ระดับโลก แต่ที่ปัจจัยสำคัญของความอยู่รอดนั้นอยู่ที่วิธีการสร้างรายได้ให้กับตัวเว็บไซต์และชุมชนอาสาสมัครที่เข้ามาพัฒนาซอฟต์แวร์
ผู้ก่อตั้งแมมโบเล่าว่า “ที่ผ่านมาในกรณีของซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สจะมีปัญหาของการพัฒนาต่อยอดและนำไปจำหน่าย ซึ่งจะหมิ่นเหม่ต่อลิขสิทธิ์ แต่ในประเทศไทยที่แมมโบดำเนินอยู่คือการพัฒนาต่อยอดและเสริมด้วยบริการในการอบรมณ์หลักสูตรต่างๆ ในลักษณะของเวิร์กช็อป เทรนนิ่งเป็นการสร้างรายได้ เพื่อความอยู่รอดของชุมชน ซึ่งต่างประเทศเองก็นำเอาวิธีการดังกล่าวเป็นต้นแบบ”
“ต่างประเทศมองว่าวิธีการของ แมมโบฮับ เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจในการสร้างรายได้ และการต่อยอดองค์ความรู้ การหารายได้จาก CMS ที่เป็นซอฟต์แวร์มาตรฐานเปิด จะทำอย่างไรที่สามารถเลี้ยงตัวเองได้ ซึ่งที่สำคัญไม่ได้ขัดต่อเรื่องลิขสิทธิ์”
“ภาพของฟรีกับโอเพ่นซอร์ส แต่ไม่ใช่ว่าทุกอย่างจะเป็นของฟรี โอเพ่นซอร์สคือการเปิดเผยรหัสในการพัฒนาต่อยอด คนที่มีความรู้จะมีความเหมาะสมมาก ความจำเป็นของโอเพ่นซอร์สคือเรื่องของการบริการ บิสซิเนสโมเดลก็คือการบริการ ซึ่งแมมโบฮับเองเป็นต้นแบบที่ดีของนักพัฒนาโอเพ่นซอร์ส และเหมาะกับคนชอบเรียนรู้ คนจะสามารถซื้อเซอร์วิสได้ นั่นหมายความว่านักพัฒนาซอฟต์แวร์ประเภทโอเพ่นซอร์ส จะมีรายได้และสร้างสรรค์ผลงานดีๆ ได้”
“แนวคิดของโอเพ่นซอร์สที่น่าสนใจและน่าสนับสนุนคือ การอุทิศเข้าสู่ส่วนกลาง ไม่ว่าจะเป็นการบริจาค หรือการแชร์องค์ความรู้ที่ได้พัฒนามาแล้ว เป็นสิ่งที่น่าสนใจของกลุ่มก้อนโอเพ่นซอร์ส โดยเฉพาะตัวอย่างของแมมโบฮับ แมมโบฮับเองเป็นแบบอย่างที่ดีต่อนักพัฒนารายอื่นๆ ที่ต้องการเติบโตจากโอเพ่นซอร์ส ใครก็สามารถเป็นเจ้าของชุมชนโอเพ่นซอร์สได้”
แมมโบ เปิดตลาดการขายเทมเพลตสู่ระดับโลก
เว็บไซต์แมมโบฮับเปิดขึ้นมา 4 ปี แล้ว มีคนนำซอฟต์แวร์ดังกล่าวไปใช้สร้างเว็บไซต์กว่า 2 พันราย แมมโบเองมีสถิติการดาวน์โหลดที่ดีมาก จากทั้งในและต่างประเทศ ทีมโปรแกรมก็มีการพัฒนากันอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ประเภทอีคอมเมิร์ซ หรือเว็บไซต์ประเภทประชาสัมพันธ์ขององค์กร ก็ไม่มีปัญหา นั่นหมายความว่าแมมโบกำลังสร้างนักพัฒนาอีกทอดหนึ่ง หรือเป็นการสร้างเทรนเนอร์ เพื่อกระจายองค์ความรู้ออกไปและองค์ความรู้เหล่านั้นจะกลับเข้ามาสู่ชุมชนเพื่อนักพัฒนาอื่นๆ ต่อไป
อัครวุฒเล่าถึงการต่อยอดของนักพัฒนาคนไทยว่า “แมมโบฮับเอง กำลังสร้างธุรกิจใหม่ให้กับนักพัฒนาชาวไทย นั่นคือการขายเทมเพลตเว็บไซต์ ซึ่งไม่ใช่แค่การขายเพียงในประเทศ แต่เป็นการขายที่เปิดกว้างไปสู่ทั่วโลก ซึ่งต่างชาติเองมีความต้องการซื้อเทมเพลตอยู่มหาศาล”
“ตัวเว็บไซต์แมมโบฮับจะสร้างเป็นตลาดกลางของการซื้อ-ขายเทมเพลต เพราะส่วนหนึ่งต่างชาติรู้จักแมมโบเป็นอย่างดี ถือว่าเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือได้ ดังนั้นจึงเป็นการเปิดโอกาสให้นักพัฒนาคนไทยที่มีความสามารถ ทำผลิตภัณฑ์ออกไปขายยังต่างประเทศได้ เป็นตลาดกลางการขายเทมเพลตออนไลน์”
โอกาสของคนไทยก็เปิดกว้างเพราะการออกแบบของคนไทยไม่แพ้ต่างชาติทั้งในเรื่องของการออกแบบ และโปรแกรมการใช้งาน ไม่เป็นรองใคร ซึ่งรูปแบบธุรกิจการขายเทมเพลทที่แมมโบวางไว้จะสามารถสร้างรายได้กับนักพัฒนาอย่างแน่นอน
มองธุรกิจทำเว็บในปี 49
ธุรกิจการทำเว็บโดยเฉพาะหลังจากการเข้ามาของทางเลือกอย่างแมมโบ หรือ CMS รายอื่นๆ อาจทำให้เรื่องของราคามีผลต่อการตัดสินใจจ้างพัฒนาเว็บ มีคู่แข่งมากขึ้น แต่จากแนวโน้มจำนวนผู้ประกอบการจะเพิ่มมากขึ้น ธุรกิจรับทำเว็บไซต์ก็เพิ่มขึ้นตาม มีให้เลือกหลายๆ รูปแบบ หลายๆ วิธีการ ดังนั้นการแข่งขันจะเพิ่มขึ้น แต่อัครวุฒมองว่า บ้านเรายังหนีไม่พ้นเรื่องของพนักงานขาย และเงื่อนไขคอนเน็กชั่น คนในพื้นที่จะได้เปรียบ ความน่าเชื่อถือในเรื่องบริการ
ดังนั้น คนรับทำเว็บที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของราคาสูง จะยังคงทำตลาดได้ ตราบเท่าที่ผู้ประกอบการหรือผู้ต้องการเป็นเจ้าของเว็บไซต์ยังไม่รู้จักแสวงหาทางเลือก การค้นหาบริษัทรับทำเว็บไซต์ หรือทางเลือกที่มีราคาถูกอย่างโอเพ่นซอร์ส
“ปัจจุบันธุรกิจรับทำเว็บในลักษณะกึ่งสำเร็จรูปเข้ามาเปิดธุรกิจมากขึ้น สามารถเป็นเจ้าของเว็บไซต์ได้ภายในไม่กี่นาที ซึ่งหลังจากมี CMS แล้วส่งผลให้เว็บกึ่งสำเร็จรูปเหล่านั้นเกิดการพัฒนา นำเอา CMS ไปปรับใช้กับสินค้าและบริการของตัวเอง ทำให้ผู้ใช้หรือผู้ประกอบการได้เว็บไซต์ที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพราะการนำเอา CMS ไปใช้งานจะเกิดความแตกต่างในการบริหารจัดการเว็บไซต์อย่างเห็นได้อย่างชัดเจน ความสามารถจะเพิ่มมากขึ้น ในบ้านเราก็มีคนนำเอาแมมโบไปต่อยอดให้บริการด้านเว็บไซต์ ค่อนข้างจะครบวงจรหลายราย” อัครวุฒกล่าว
ความภูมิใจผู้ผลักดัน CMS
ในฐานะที่เป็นผู้ก่อตั้ง และสร้างสังคมแมมโบนั้น มีความภูมิใจอย่างมาก จนสังคมการใช้งานแมมโบและ CMS โตขึ้น ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดจากจุดเล็กๆ และกลายมาเป็นความสำคัญ เป็นกระแสและได้รับความไว้วางใจจากต่างประเทศ
ปัจจุบัน ผมเองมองไกลไปถึงต่างประเทศ ในฐานะคนไทยและฐานะคนสร้างสังคมนักพัฒนาซอฟต์แวร์คนไทยที่แข็งแกร่ง กำลังจะสร้างการพัฒนาให้กับเมืองไทย ชุมชนแมมโบฮับ ได้รับความวางใจและเชื่อมั่นจากต่างประเทศ
อนาคตของแมมโบฮับนั้น ยังต้องมีการพัฒนาอีกมาก ล่าสุดแมมโบฮับได้รับเลือกให้เป็นเว็บไซต์อย่างเป็นทางการอย่างเต็มรูปแบบของกองทุนแมมโบภาคภาษาไทย ทำให้มีภาระหน้าที่เพิ่มเติม ชื่อเสียงมักจะมาพร้อมภาระต่างๆ นั่นหมายความว่าเว็บไซต์แมมโบฮับ จะต้องมีเนื้อหาที่ทันสมัยเทียบเท่ากับเว็บไซต์แม่ของแมมโบ นอกจากนั้นยังต้องพัฒนาเนื้อหาที่เป็นภาษาอังกฤษเพื่อรองรับต่างชาติเข้ามาดาวน์โหลดเนื้อหา
แมมโบมองว่าการสร้างชุมชนและการสร้างพันธมิตรเป็นสิ่งสำคัญ และสิ่งสำคัญที่จะต้องผลักดันและปลูกฝังให้เกิดขึ้นในวงการ แนวคิดเรื่องของการบริจาคและการส่งคืนเข้าสู่ชุมชนกลาง ความคาดหวังของนักพัฒนาต้องรู้จักให้กับชุมชนบ้าง รู้จักเอาไปและต้องให้คนอื่นด้วย นั่นคือเรื่องสำคัญของโอเพ่นซอร์ส
ปีนี้จะเห็นการเข้ามาและใช้งาน CMS มากขึ้นทั้งในมุมของนักพัฒนาที่จะเรียนรู้และต่อยอดงาน CMS และโอเพ่นซอร์ส ฝั่งของผู้ประกอบการที่ต้องการจะมีเว็บไซต์เพื่อดำเนินธุรกิจก็จะมีทางเลือกมากขึ้นด้วยตัวเลือกอย่างแมมโบหรือ CMS ตัวอื่นๆ และผู้บริโภคจะมีเว็บสวยๆ ให้ใช้งานมากมาย อีกทั้งยังก้าวเข้ามาเป็นเจ้าของเว็บไซต์ได้อย่างง่ายดาย